HOT NEWS
                                                                                                                                                                                                      โอกาสในอาเซียนรอคุณอยู่
อุตสาหกรรมประมง
อุตสาหกรรมประมง

ภาพรวมของอุตสาหกรรม

สำหรับอุตสาหกรรมภาคประมงของไทยนั้น อาจพูดได้ว่าดีที่สุดในอาเซียน ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในทำเลที่มีเกาะเยอะอย่างฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย แต่เราก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ อีกทั้งยังมีการวิจัยพัฒนาที่ดี และเป็นผลงานที่มาจากสมองและฝีมือของคนไทยทั้งสิ้น ในปัจจุบันอุตสาหกรรมภาคประมงของไทยทั้งระบบมีผลผลิตการส่งออกมากกว่า 1,300 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี และในส่วนของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดของไทยส่วนใหญ่พื้นที่การเพาะเลี้ยงจะมีอยู่อย่างกระจัดกระจายทั่วประเทศ พื้นที่เฉลี่ยฟาร์มละ 1.58 ไร่ ซึ่งเป็นฟาร์มขนาดเล็ก ประมาณการปี 2554 จำนวนฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเท่ากับ 449,910 ฟาร์ม เนื้อที่ 709,152 ไร่ 

แนวโน้ม

จากผลของการศึกษาพบว่าหากประเทศกลุ่มอาเซียนมีการประกาศใช้มาตรการลดภาษี จะส่งผลให้อุตสาหกรรมภาคประมงของไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีการเกินดุลการค้าของประเทศ ซึ่งสินค้าประมงขั้นต้นที่ไทยมีศักยภาพได้แก่ กุ้งแช่แข็ง ซึ่งมีความสามารถในการแข่งขัน แต่ในส่วนสินค้าประเภทปลาไทยยังควรต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปลาน้ำจืดของไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับผลกระทบอย่างเหมาะสมและทันท่วงทีกับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 เพื่อให้มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและในระดับภูมิภาคต่อไป ทั้งนี้การวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันกุ้งทะเลของไทยในอาเซียน จัดทำโดย Thailand Competitiveness Matrix (TCM)  พบว่าตำแหน่งของสินค้ากุ้งทะเลของไทยในอาเซียนจะอยู่ในระดับ Opportunity หมายความว่า ตลาดมีความต้องการสูง แต่มีศักยภาพการแข่งขันปานกลางเท่านั้น

ด้วยนโยบายการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้กรอบความตกลงต่างๆ ที่ประเทศไทยต้องเผชิญ แม้ด้านหนึ่งได้ก่อให้เกิดประโยชน์ในการส่งเสริมทางการค้าของอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ  แต่สำหรับอุตสาหกรรมปลาน้ำจืดของไทยนั้นปรากฏว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ยกตัวอย่างเช่น สินค้าประเภทปลาที่นำเข้าจากจีน เวียดนาม และกัมพูชา นั้นมีราคาต่ำกว่าต้นทุนการเลี้ยงปลาน้ำจืดในไทย เป็นต้น

ณ ปัจจุบัน ธุรกิจประมงกำลังประสบปัญหาขาดแคลนคน ใน 3 ส่วน คือ ประมงทะเล มีปัญหาขาดแคลนไต้ก๋ง นายท้าย วิศวกร เรดาห์ หรือการสื่อสาร ต่อมาคือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ก็ยังขาดเทคนิคการเพาะเลี้ยง และในส่วนของการแปรรูปสัตว์น้ำ ขาดแรงงานระดับหัวหน้าผู้ควบคุมดูแลงาน และคนที่ดูแลความปลอดภัยอาหาร

กลยุทธ์ในการปรับตัว     

สำหรับการรับมือของประเทศไทยนั้นภาครัฐควรส่งเสริมและให้การสนับสนุนในการพัฒนาบุคลากรในสาขาวิชาชีพที่กำลังขาดแคลน ทางด้านเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาธุรกิจประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องว่า ในแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวมีแนวทางขับเคลื่อนทั้งหมด 5 ข้อ ซึ่งในข้อที่ 3นั้นคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมงและผลิตภัณฑ์ประมง ทั้งนี้สินค้าประเภทปลาไทยยังควรต้องมีการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยการพัฒนาตลอดสายห่วงโซ่อุปทานนับตั้งแต่สายพันธุ์  ชนิดปลาที่ตลาดต้องการให้ทนโรคโตเร็ว พัฒนาการบริหารจัดการฟาร์มให้ได้มาตรฐานฟาร์มเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค พัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายเป็นต้น

ทางด้านกรมประมงเองได้มีการเร่งพัฒนานักวิจัยเพื่อเตรียมพร้อมรับ AEC โดยการส่งนักวิชาการไปดูงานทางด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การบริหารจัดการประมง  การสื่อสารความรู้ผ่านอความเรียม และงานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์น้ำ ฯลฯ ซึ่งได้ส่งทีมนักวิจัยที่มีผลงานวิชาการดีเด่นไปศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น อันมีศักยภาพทางด้านการประมงอยู่ในชั้นแนวหน้า และที่สำคัญเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นประเทศคู่ค้าทางด้านการประมงกับประเทศไทยในอันดับต้นๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังได้ดูงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีต่อการประมง การประเมินสภาวะทรัพยากรสัตว์ทะเลจากการสำรวจโดยเรือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มปริมาณสัตว์ทะเลในแหล่งน้ำธรรมชาติและการบริหารจัดการทางด้านประมงอย่างครอบคลุมในทุกๆ ด้าน

Update 23-April-2013
share